ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot




พยช.ชัยพันธ์ วิชา พยาบาลหนุ่มจาก จ.น่าน บอกความในใจหลังเข้าร่วมประชุมพิจารณาค่าตอบแทน วันที่ 22 ม.ค. 2552 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข article

แจ้งข่าวไปให้กับสมาชิกพยาบาลทุกท่านทราบ

 เส้นทางเงินเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายที่กระทรวงสาธารณสุขมองว่าเป็นยาดีและมีฤทธิ์ที่แรงที่จะแก้ไขภาวะขาดแคลนแพทย์และทันตแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนโดยการจ่ายยาขนานดังกล่าวในการรักษาโรคขาดแคลน  แต่มันมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างแรง  ยานี้ใช้รักษาโรคมะเร็งสามารถฆ่าเซลมะเร็งได้ คนที่เป็นมะเร็งก็อาจทนต่อผลข้างเคียงของยาชนิดนี้ไม่ไหวและเราก็อาจตายไปพร้อมกับมะเร็งดังกล่าว โดยคนส่วนมากในกระทรวงและเพื่อนร่วมสหสาขาวิชาชีพของกระทรวงสาธารณสุขมองเห็นว่ามันมีผลข้างเคียงที่แรงโดยเฉพาะผลข้างเคียงที่มีผลกระทบต่อจิตใจหรือความรู้สึกของคนในองค์กรเดียวกันเพื่อนร่วมสหสาขาวิชาชีพที่อยู่ในองค์กรเดียวกันหรือในวงการสาธารณสุขพยายามทักท้วงไปทางผู้บริหารของระดับกระทรวงให้ทบทวนสูตรยาดังกล่าวโดยที่ไม่อยากให้มองเฉพาะด้านการที่จะรักษาเพียงอย่างเดียวควรจะมองด้านจิตใจของคนด้วยไม่ได้มองว่ายาดังกล่าวไม่ดีทั้งหมดแต่ควรทบทวนสูตรยาใหม่ไม่ให้มีผลข้างเคียงแรงอย่างนี้และไม่เหลื่อมล้ำจนต่างกันราวฟ้ากับดิน  แต่ผู้บริหารพยายามไม่แตะสูตรยาดังกล่าวเพราะคิดว่ากลัวจะมีปัญหาต่อผู้คิดสูตรยา

วันที่ทุกคนทุกโรงพยาบาลได้รับคำสั่งเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายฉบับที่ สธ.0201.042.1/ว994 และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป  หลายคนทราบเรื่องดังกล่าวมาล่วงหน้าหลายคนทราบมาทีหลังจากการอ่านหรือคำบอกเล่าต่อๆกันมา  ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมากคือความรู้สึกแตกแยกด้านจิตใจของคนในองค์กรโรงพยาบาล   ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันแต่ยาขนานดังกล่าวทำให้รู้สึกขัดแย้งในด้านความรู้สึกและจิตใจ

วันที่ 9 มกราคม 2552  ตัวแทนพยาบาลจากโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัยได้มาชุมนุมกัน ณ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขเราเรียกร้องตรงนี้ไม่ได้เอาเงินมาเป็นตัวตั้งแต่เราต้องการความยุติธรรมในวิชาชีพทั้งที่ในองค์กรโรงพยาบาลเราทำงานค่อนข้างหนักและเป็นกลไกที่สำคัญไม่แพ้คนในวิชาชีพอื่นๆ บางพื้นที่ขาดแคลนบุคลากรทำงานหนักเหนื่อยยากในการทำงานมาโดยตลอดอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนบางวิชาชีพเหมือนถูกหวยทำงานไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนและไม่ได้ขาดแคลนแบบแพทย์แต่มีวุฒิบัตรจึงได้รับผลดีไปด้วย  วิชาชีพอื่นในโรงพยาบาลกลับถูกทอดทิ้งโดยเฉพาะพยาบาลที่ทำงานหนักและเหนื่อยยาก ก็เลยมาตั้งคำถามว่า การให้ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแบบนี้แก้ปัญหาความขาดแคลนได้จริงแท้หรือเปล่า ในวันที่ 9 ..เราเสนอให้มีการทบทวนคำสั่งหรือให้ชลอคำสั่งดังกล่าวเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งทางชมรมพยาบาลได้ยื่นข้อเสนอไปทั้งหมด 3 ข้อด้วยกันทุกคนคงพอรู้
                ในวันนั้นผมถูกแต่งตั้งจากท่านรัฐมนตรีให้เป็นคณะกรรมการพิจารณาการธำรงรักษาและสร้างขวัญกำลังใจบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข ให้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ขอขอบพระคุณท่าน รมต
. ที่ให้โอกาส

วันที่ 20 มกราคม 2552  เวลาประมาณห้าโมงเย็นได้มีการประชุมเพื่อเตรียมเรื่องการพิจารณาดังกล่าว(อ่านรายละเอียดในสรุปประเด็นการประชุมฯ) โดยมีท่านรองปลัดฯ ศิริพร  กัญชนะ  เป็นประธาน มีหลายวิชาชีพที่เข้าร่วมประชุม เช่น แพทย์ ตัวแทนกลุ่มวิชาชีพพยาบาล ตัวแทนเภสัชกร ตัวแทนนักเทคนิคการแพทย์ ตัวแทนชมรมเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย  แต่ละคนก็เสนอความคิดเห็นควรมีการทบทวนคำสั่งการจ่ายเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย โดยเฉพาะ นพ. ศุภกิจ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  พูดได้ดีมากว่าควรคำนึงถึงfeelingหรือความรู้สึกของคนในองค์กรด้วยและควรพิจารณาออกคำสั่งให้มีการจ่ายค่าตอบแทน/หรือให้วิชาชีพอื่นได้รับด้วย ก็ได้รับการบ้านจากประธานการประชุมให้แต่ละวิชาชีพ กลับไปหาค่าตอบแทนโดยดูจากฐานค่าตอบแทนของภาคเอกชนแล้วคิด 60 %ของค่าตอบแทนภาคเอกชนแล้วนำมาเสนอในที่ประชุมวันที่ 22 มกราคม 2552 ว่าจำนวนคน เท่าไหร่ต้องใช้เงินเท่าไหร่  (ไม่รู้ว่าตั้งธงอะไรไว้ในใจ  คิดเอาเองนะว่าดูสิอยากได้กันนักจะมีเงินให้หรือเปล่า)
                วันที่
22 มกราคม 2552 เวลาประมาณ 9 โมงครึ่ง ที่ประชุมใหญ่มีท่าน รมช. เป็นประธานอยู่ประมาณ เกือบชั่วโมงแล้วให้แต่ละวิชาชีพนำเสนอข้อมูลของแต่ละวิชาชีพคนละ 5 นาที เราก็เสนอไปในrate พื้นที่ปกติ เริ่มที่ 3,000 4,000 5,000 และ 6,000 ตามลำดับ พื้นที่ทุรกันดารระดับ 1  เริ่มที่ 5,000 6,000 7,000 และ 8,000 ตามลำดับ พื้นที่ทุรกันดารระดับ 2  เริ่มที่ 7,000 8,000 9,000 และ 10,000 ตามลำดับ และเสนอให้พยาบาลนอก รพช.ให้ได้รับค่าตอบแทนด้วย และวิชาชีพอื่นๆ ก็เสนอข้อมูลของตัวเอง บางวิชาชีพก็ขอมาเทียบเคียงกับพยาบาล ต่อจากนั้น ท่านรองปลัดฯดำเนินการประชุมต่อทุกวิชาชีพ เสนอรวมกันแล้วยอดเงินรวมประมาณ 8,300 ล้านบาทต่อปี
ดูเหมือนว่าไม่มีใครสามารถที่จะแตะคำสั่งเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้หลายคนในที่ประชุมก็คงรู้สึกอึดอัดพอสมควรแม้แต่แพทย์บางคนก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับคำสั่งดังกล่าวอยากจะให้มีการทบทวนถึงความเหมาะสมแต่….. (คิดเอาเองในใจก็แล้วกันว่าเพราะอะไรหลายๆคนคงพอจะรู้ดี) สุดท้ายท่านรองปลัดฯ บอกว่ามีเงินให้แค่ 3,000 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น แค่ 3 วิชาชีพก็ปาเข้าไปตั้ง1,700 ล้านบาท เหลือให้วิชาชีพที่เหลือแค่ 1,300 ล้านบาท (ยุติธรรมแล้วหรือ) โดยขอให้ตัวแทนแต่ละวิชาชีพเป็นกรรมการพิจารณาอีกทีในวันที่ 23 มกราคม 2552 แล้วเสนอให้ท่านปลัดและรมต.พิจารณาต่อไปโดยมอบให้ นพ.สุพรรณ  ศรีธรรมมา ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานร่วมกันพิจารณาอีกที  โอ้ย!  เครียดครับท่าน
                ทั้งหมดทั้งปวงต้องขอเป็นกำลังใจให้พี่กรรณิกา  ปัญญาอมรวัฒน์ หนึ่งในตัวแทนของพวกเรา  พี่คนนี้สุดยอดข้อมูลเพียบต่อสู้และเสียสละเพื่อพวกเราชาวพยาบาลแบบสุดๆไปเลยขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พี่  กว่าจะได้มาซึ่งค่าตอบแทนต้องแลกมาด้วยสมอง หยาดเหงื่อและน้ำตาที่เกือบจะเป็นสายเลือดอยู่แล้ว
                ผู้ใหญ่บางท่านที่กระทรวงคิดว่ายานี้ดีจริงจะใช้รักษาคนเป็นโรคโดยให้ยาเข้าที่สมอง ที่ฟัน ที่หัวใจ โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการทำงานของอวัยวะต่างๆ พวกเราเป็นมือเป็นเท้าทำงานจนมือเป็นประวิง มือเริ่มแตก เท้าเริ่มด้านผิวหนังบางส่วนแตกและมีเลือดออก ท่านบอกว่ามือและเท้าไม่สำคัญไม่เคยให้อาหารไม่เคยซื้อโลชั่นให้ทาไม่เคยซื้อรองเท้าให้ใส่ให้เดินให้ใส่เท้าเปล่าแต่ท่านบอกให้เราช่วยกันนึกถึงประเทศชาติและประชาชน แล้วท่านคิดอะไรอยู่
           สรุปตอนนี้จากความคิดเห็นส่วนตัวยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควรแถมมีโจทย์ว่ามีเงินเหลือเพียงเท่านี้เอาไปแบ่งกันเอาเองนะ  ยุติธรรมหรือไม่คิดกันเอาเองนะและจะจบกันเพียงเท่านี้หรือ


                                                                มีความก้าวหน้าของข้อมูลเพียงเท่านี้แล้วค่อยพบกันใหม่
                                                                           ชัยพันธ์ 
                                                                23/1/2552 เวลา 11.00




สมาคมและชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน

สมาคมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชนยื่นขอเสนอขอทบทวนโครงสร้างกลุ่มงานการพยาบาล
ตัวแทนชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน เขต3 ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม
ชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชนเขต 15-16 จัดประชุมวิชาการ article
ชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชนยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม article
พลังวิชาชีพพยาบาลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ชมรมพยาบาลน่าน แพร่ พะเยา เชียงราย มอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลเชียงราย article
การประชุมวิชาการประจำปี 2554 article
ไฟไหม้บ้านหัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลผักไห่ วอดทั้งหลัง article
ภาพการประชุมวิชาการประจำปี2553 article
ชมรมผู้บริหารการพยาบาล มอบรถตู้ให้สำนักการพยาบาล article
ชมรมผู้บริหารการพยาบาล จ.น่าน จัดกิจกรรมทอดผ้าป่า ในวันพยาบาลแห่งชาติ article
ด่วน..ขอเชิญหัวหน้าพยาบาลทุกจังหวัดสมัครเข้าประชุมวิชาการของ สำนักงานปลัดกระทรวง article
รายงานความก้าวหน้าผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนวันที่ 28 ม.ค. 2552 article
ผลสรุปจากการพบเข้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขวันที่ 9 ม.ค. 2552 article
กำหนดการเข้าพบผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขวันที่ 9 ม.ค.2552 article
ความเป็นธรรมในวงการสาธารณสุขสำหรับวิชาชีพพยาบาล article
รายงานผลการประชุมคณะกรรมการชมรมผู้บริหารทางการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน article
ข่าวดี กพ.อนุมัติซี 8 แล้ว 25 เปอร์เซ็นต์ article
ด่วน..ขอข้อมูล GIS พยาบาล ส่งภายใน 15 มิ.ย.2551 article
ด่วน ตัวแทนพยาบาลจังหวัดสำรวจรายชื่อผู้ที่จะเกษียณส่ง 28 ก.พ.2552 article
ขอแสดงความยินดีกับพยาบาลทุกท่านที่ได้รับการพิจารณาสรรหาเป็น สว. article
จำนวนหัวหน้าพยาบาลที่คาดว่าจะได้รับพิจารณาระดับ8แยกรายเขต article
ความคืบหน้าแนวทางการกำหนดหัวหน้าพยาบาลระดับ 8 article
ด่วนมาก 28 พ.ย. 2550 รพ.หนองวัวซอและรพช.ห้วยเกิ้งเตรียมตัวรับการประเมินจาก กพ.ด่วน article
อัตราค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ (เงินบํารุง) สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข article
ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ...และสาระสำคัญ article
สมาคมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชนพบท่านปลัด กสธ
การประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม
วงการวิชาชีพการพยาบาลสูญเสียปูชนียบุคคลที่สำคัญ article
ประธานชมรมผู้บริหารการพยาบาลแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานระดับจังหวัด article
คุณอาคม มีเมย์ มอบรายได้จำหน่ายซีดีเพลง article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.