ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ลุยต่อเลยครับ

ลุยต่อเลยครับ


ให้กำลังใจกับพยาบาลทุกท่านครับ...สู้ต่อครับ รวมพลกันอีกวันไหนนัดมาเลยครับ ผมมีแฟนเป็นพยาบาล แต่ผมจะดูแลลูกที่บ้านแล้วให้แฟนผมไปลุยกับเพื่อนๆ มันน่าเกลียดมากเลย สมแล้วที่เขาบอกว่ากระทรวงแพทย์ ...แน่จริงเปิดรับ นศ.แพทย์แบบต่างประเทศสิครับ เขาเปิดรับจำนวนมากมาย..ไม่ต้องมาล็อกจำนวนแพทย์ที่ผลิตในแต่ละปีโดยอ้างเหตุผลสารพัด สุดท้ายก็ต้องการบอกแค่ว่าแพทย์เป็นสาขาที่ขาดแคลน...ก็มีการกำหนดล็อกจำนวนผลิตไว้จากข้างบนแล้วจะไม่ให้ขาดแคลนได้อย่างไร...

ผู้ตั้งกระทู้ คนมีแฟนเป็นพยาบาล :: วันที่ลงประกาศ 2009-02-06 21:08:19


[1] 2 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (1412321)

เรียน จขกท

เรื่องที่คุณพูด แพทยสภาคิดมาก่อนคุณเป็น30 ปีแล้วครับว่าจะเพิ่มแพทย์ได้อย่างไร จริงแพทย์ไม่ได้ขาดมากหรอกแต่ได้ไปอยู่เอกชนมากมาย การคัดเลือกผู้เข้าเรียนแพทย์มันต้องดูหลายๆเหตุผลประกอบกันครับ ไม่ใช่จะรับ ๆให้มากแล้วไม่มีคุณภาพการเรียนการสอนขอให้เห็นใจสถาบันที่ผลิตแพทย์ด้วยคับ เอาง่ายๆ ผมอยากให้คุณคิดดู ทำไมตำแหน่งผู้พิพากษาจึงไม่พอสักที ทั้งๆ ที่มีคนเรียนจบนิติศาสตร์ตั้งมากมาย

ขอย้ำอีกครั้งจำพวนแพทย์ไม่ขาดแคลนแต่รัฐไม่สามารถดึงแพทย์เขาอยู่ในระบบได้ต่างหากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-06 21:22:42


ความเห็นที่ 2 (1412342)

อยากแก้ปัญหาในกลุ่มวิชาชีพพยาบาลแต่ไปๆมาๆกลายเป็นใครก็ไม่รู้มาทะเลาะกันในเวปผู้บริหาร  เซ็งมากเมื่อไรจะรู้เรื่องกันซักทีละ คุยกันไม่จบซักที 

ผู้แสดงความคิดเห็น พยาบาลบ้านนอก วันที่ตอบ 2009-02-06 22:08:55


ความเห็นที่ 3 (1412387)

ขนาดมีแต่คนเก่งๆๆๆน่ะนั่นคิดกันมาตั้ง30ปี คิดดูสิครับยังคิดไม่ออกเลย ว่าจะทำอย่างไรถึงผลิแพทย์ได้พอกับจำนวนประชากร คิดดูสิครับว่าประเทศที่เขามีประชากรมากกว่าเราทำไมเขาถึงพัฒนากว่าเราถึง30ปีละครับทั้งๆที่30ปีก่อน รพ.เอกชนยังแทบจะไม่มีด้วยซ้ำไปเมื่อโลกสมัยเปลี่ยนไปก็ต้องยอมรับการพัฒนาครับเด็กเรียนเก่งมีเยอะครับในเมืองไทยแต่ไม่ได้เรียนแพทย์ครับและการเปิดโอกาสในประเทศเรายังไม่ถึงขั้นประเทศที่พัฒนาแล้วว่าง่ายๆครับ การศึกษาเรายังล้าหลังประเทศนอกหลายเท่าครับ จะให้ผู้พิพากษาพอได้ยังไงละครับเรียนจบปีหนึ่ง10000 กว่าคนเล่นสอบบรรจุ 5คน แล้วที่เหลือออีก9995 คนละครับเตะฝุ่นเป็นทนายไปวันๆๆๆ แล้วถ้าเทียบเรียนแพทย์จบ 10000คนเหมือนกัน บรรจุลง โรงพยาบาลทั่วประเทศ10000 แห่ง6ปี60000 คนแล้วคิดหน่อยดิครับถ้าระบบการสาธารณสุขเป็นปัจจัยพัฒนาคนที่สำคัญขนาดไหน การดูแลมารดาที่ตั้งครรภ์ การส่งเสริมสุขภาพเด็กตั้งแต่อยู่ในท้องหากมีแพทย์เยอะที่จะดูแลได้แบบองค์รวมและเด็กที่เกิดมาในประเทศเราก็จะได้มีความเก่งมากกขึ้น เทียบกับอัยการผู้พิพากษา การลงทุนด้านการแพทย์คุ้มกว่ากันเยอะ100 เท่าเพราะที่ออกไปอยู่เอกชนเพราะ ค่าตอบแทนดีกว่า ถ้าถามว่ามีแพทย์เยอะในประเทศเรา เอกชนก็ต้องคัดคนเก่งเหมือนกันแล้วคิดดูว่าถ้าแพทย์ล้นตลาดแล้ว รพ.เอกชนจะกล้ารับแพทย์เยอะไหม

30 ปี คิดได้แค่ไหนเหรอ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ดหกดหก วันที่ตอบ 2009-02-07 02:21:53


ความเห็นที่ 4 (1412410)
แล้วเงินเดือนแพทย์ในต่างประเทศที่คุณพูดถึงมันเท่าไร คุณทราบไหมเอ่ย แต่เงินเดือนแพทยืไทยมันเท่าไหร่ แพทย์ไทยจึงไหลไปเอกชนไง ไม่ใช่ผลิตไม่พอ ปีนึงๆ ผลิตแพทย์ได้เกินต้องการซะอีก แต่ดันลาออกไปหมด เพราะคำว่าเงินกะคำว่างานนี่แหละ รพ รัฐ งานหนักเงินน้อย เอกชนเงินเยอะงานก็สมน้ำสมเนื้อ พอจะให้เงินแก่แพทย์เพื่อซื้อตัวแพทย์ให้อยู่ใน ราชการ ก็มีคนมาคอยขัดขวาง เลยโดนงดเงินเหมาจ่าย จาก 5 หมื่น เหลือ 3หมื่นกะหนึ่งหมื่น แพทย์ไทยก้เหนื่อยต่อไป
ผู้แสดงความคิดเห็น รพ มี หมอ สองคน วันที่ตอบ 2009-02-07 08:23:00


ความเห็นที่ 5 (1412420)

เรียนความเห็นที่3 ด้วยความเคารพ สิ่งที่แพทยสภาคิดคือ

ลองอ่านดูhttp://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1205877348

คุณก็ยอมรับแล้วหนิครับว่าที่ให้แพทย์ใหลออกเพราะรายได้ที่ดีกว่างานที่เบากว่าก็เหมือนกับ จขกท ที่ออกมาเรียกร้องเพื่ออะไรหละ ครับ ก็เพื่อเพิ่มรายได้หรือคุณจะเถียงว่าคุณทำงานไม่ได้หวังว่าจะได้ค่าตอบแทบ แพทย์ก็เป็นมนุษย์มี โมหะ โทสะ โลภะ เหมือนกับทุกสหสาขานั้นหละครับที่แพทย์ลาออกเพื่อให้ได้เงินเพิ่ม พยาบาลไปกระทรวงเพื่อขอเงินเพิ่ม ขอเงินประจำตำแหน่ง เหมือนกันเลย

ประเด็นที่ผมยกตัวอย่างกรณีสอบผู้เข้าเป็นผู้พิพากษาผมต้องการสื่อแค่ว่าบางสาขา เขาก็ต้องการคนเก่ง ๆจริง ๆเข้าทำงานถึงตำแหน่งผู้พิพากษาขาดแคลนแค่ใหนเขา ก็ไม่เอาเสมียนศาลมานั่งบัลลัง หรอกครับถามต่อ แล้วทำไมเสมียนศาลไม่ไปเรียกร้องที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอเงินประจำตำแหน่งให้เทียบเท่าผู้พิพากษาหละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-07 08:51:02


ความเห็นที่ 6 (1412479)
อ่านแล้วเซ็ง ปัญหาโลกแตก ผู้ใหญ่ในกระทรวงช่วยดูหน่อย อย่าให้เกิดความเหลื่อมลำกันมากนักระหว่างวิชาชีพแล้วจะสงบสุข
ผู้แสดงความคิดเห็น ปป วันที่ตอบ 2009-02-07 11:46:26


ความเห็นที่ 7 (1412505)

ลอกมา.

...แพทยสภาคิดมาก่อนคุณเป็น 30 ปีแล้วครับว่าจะเพิ่มแพทย์ได้อย่างไร จริงแพทย์ไม่ได้ขาดมากหรอกแต่ได้ไปอยู่เอกชนมากมาย…?

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

...กรณีที่คนเรียนจบหมอมาแล้ว ลาออกจากราชการ ไปทำงานให้เอกชน (ซึ่งใช้ต้นทุนในการักษาพยาบาลแพง) เนื่องจากให้เงินมากกว่า ระบบราชการเยอะ..ข้อนี้..เป็นธรรมดาของคน(หมอ)ที่มีโอกาสทำอย่างนั้นได้ มันเป็นโอกาสของเขาเราไม่ขัดข้อง และไม่คัดค้าน เพราะแต่ละคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการตัดสินใจ ใครอยากอยู่ภาครัฐก็อยู่  ใครอยากไปเอกชนก็ไป ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นสิทธิ เป็นทางเลือกของเขา.. แต่ผมขอถามหน่อยว่า ....ที่มาของคุณหมอเหล่านั้นทั้งหลาย ...เอาเฉพาะที่รัฐบาลไทย ให้เงินทุนส่งเรียนหมอ ...คุณลองคิดดูว่า ระบบที่วางไว้ก่อนหน้าที่คุณจะเข้าเรียนเป็นหมอวันแรก ที่บอกว่า หากคุณเรียนจบหมอมาแล้ว ต้องบังคับคุณทำงานภาครัฐใช้ทุน..กี่ปี? แล้วจำนวนปีที่รัฐบังคับเขาทำงานใช้ทุนไว้นั้น มันคุ้มค่ากับเงินที่รัฐบาลลงทุนให้เขาแล้วหรือยัง?

.........................กรณีข้างต้น ถ้าคำตอบที่ได้รับกลับมา ว่า “คุ้มค่าแล้ว” รัฐบาลก็ไม่ต้องไปต่อว่า หรือร้องแรกแหกกระเชออีกว่า “หมอสมองไหล” และกรณีนี้ รัฐบาลควร มุ่งเน้นเพิ่มปริมาณหมอให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด (ประเทศ)

แต่ถ้าหากเป็นกรณี...

.........................กรณีข้างต้น ถ้าคำตอบที่ได้รับกลับมา ว่า “ไม่คุ้มค่า” กับเงินที่ลงทุนให้เรียนหมอ รัฐบาลก็ต้องหาวิธีการ หรือมาตรการมาจัดการกับบรรดา “หมอสมองไหล” เหล่านั้น โดยการ

            ๑. เพิ่มจำนวนปีที่ใช้ทุน หรือ เพิ่มจำนวนเงินที่ใช้ทุน ให้รัฐบาลมากขึ้น กว่าเดิม กับบรรดานักเรียนแพทย์ ก่อนเข้าเรียน โดยลงนามทำบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจน รอบคอบ รัดกุม เพื่อเอาไว้บังคับกำกับเขา

            ๒. รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย โดยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสร้างปริมาณหมอ ให้มากขึ้นกว่าเดิม เป็นประจำทุกปี เพื่อให้จำนวนหมอมีความเหมาะสมกับความต้องการของตลาด (ประเทศ) ข้อนี้หากรัฐบาลจริงจัง และจริงใจ ที่จะแก้ไขปัญหา รับรองแค่นี้ทำได้แน่ๆ

            ๓. ข้อสุดท้าย ในกรณีหมอสมองไหลนี้ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง (ผู้หลักผู้ใหญ่ใน สธ.,แพทยสภาฯลฯ) ผมเห็นว่า อย่าเอาแต่พูดเฉยๆ แต่ไม่ยอมขยับ ทำ หรือแก้ปัญหาอะไรเลย  เพราะกลัวระบบมาเฟียสีขาวใช่ใหมเอ่ย?กิ้ว...กิ้ว....ฮิ้ว..ฮิ้ว/ ประชาชนชาวไทยบ้านนอก ตาดำๆก็รับกรรมต่อไปเหมือนเดิม ...ไชย  โย้...ไช...โย้/ 30 ปี ที่ผ่านมา สุดยอดมันสมองไทย คิดแก้ไขปัญหานี้ ได้เพียงเท่านี้หรือ...สุดยอดจริงจริ๊ง....ให้ดิ้นตาย ...เจริญแน่ไทยแลนด์

 

 

 

 

 

 

 

ลอกมา.

...การคัดเลือกผู้เข้าเรียนแพทย์มันต้องดูหลายๆเหตุผลประกอบกันครับ ไม่ใช่จะรับ ๆให้มากแล้วไม่มีคุณภาพการเรียนการสอนขอให้เห็นใจสถาบันที่ผลิตแพทย์ด้วยคับ…?

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

            หากว่าที่ผ่านมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ระบบคัดเลือก(สถาบันที่ผลิตแพทย์)ยึดมั่น แบบที่คุณว่ามาข้างต้น ที่มุ่งเน้นคุณภาพของหมอที่ผลิตออกมาอย่างเข้มงวดกวดขันเหนือสิ่งอื่นใดแล้วไซร้  ทุกวันนี้ ในหน้าหนังสือพิมพ์คงไม่มีข่าวฟ้องร้องหมอปรากฏออกมาอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ มีคนฟ้องร้องหมอ ชุ่ยๆ (บางคน..ย้ำๆ) ที่รักษาไม่ถูกต้องกับวิชาชีพที่เรียนมามากมาย จนทุกวันนี้ หมอเข็ดขยาด อยากปฏิเสธการรักษา  และเดือดร้อนต้องตั้งกองทุนช่วยเหลือหมอที่ถูกฟ้องร้องจากการกระทำของตนเอง โดยใช้เงินของรัฐช่วยเหลือ (คุณทำเอง แล้วเอาเงินคนอื่นมาแก้ไข)สบายดีแท้

...กรณีนี้ ผมไม่เห็นด้วย เพราะคุณเรียกร้องให้ประเทศไทย(ประชาชน)เห็นใจ สถาบันที่ผลิตแพทย์ แต่ในขณะเดียวกัน สถาบันที่ผลิตแพทย์ ทำไมไม่เห็นใจประเทศไทย(ประชาชน)ที่รอรับการรักษา บ้างหล่ะครับ?

 

ลอกมา.

...เอาง่ายๆ ผมอยากให้คุณคิดดู ทำไมตำแหน่งผู้พิพากษาจึงไม่พอสักที ทั้งๆ ที่มีคนเรียนจบนิติศาสตร์ตั้งมากมาย…?

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

            ใครว่าตำแหน่งผู้พิพากษาไม่พอ ทุกวันนี้ มันพอและเหมาะสมกับท้องตลาดอยู่ และอีกอย่างที่สำคัญ สายผู้พิพากษามันไม่ใช่เรื่องความเป็นความตายของชีวิตคน เหมือนการรักษาชีวิตคน ดังนั้น จะเหลือบ้าง ขาดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นเรื่องของชีวิต คือ หมอ พยาบาล รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ มันจำเป็นกว่า มันขาดไม่ได้....คุณพอมองออกไหมครับ/ ดังนั้น พวกประเภทที่เรียนจบนิติฯ,รัฐศาสตร์ เยอะๆ คุณก็ต้องสู้หาที่ลงให้ได้เอง โชคดีมีความสามารถ คุณก็รอด หากโชคร้าย ไร้ความสามารถ คุณก็แย่...ระบบก็จะทำลายคุณเอง...

...กรณีนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับที่คุณอ้าง เพราะการขาดแคลนผู้พิพากษายังที่คุณว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงภาวะวิกฤติ และยังไม่มีความสำคัญเทียบเท่า กับปัญหาประเทศไทยขาดแคลนแพทย์รักษาชีวิตคนครับ?

 

ลอกมา.

...ขอย้ำอีกครั้งจำพวนแพทย์ไม่ขาดแคลนแต่รัฐไม่สามารถดึงแพทย์เขาอยู่ในระบบได้ต่างหากครับ…?

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

      ...ผมก็ขอย้ำอีกครั้งว่า จำนวนแพทย์ที่มีอยู่ในประเทศไทยนี้ ขาดแคลน ไม่เพียงพอแก่ความต้องการของตลาด (ประเทศไทย) ปัญหามันเกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของแพทย์ (บางคน หรือส่วนใหญ่) และระบบมาเฟียสีขาว ปกป้องศักดินาของกลุ่มตนเอง ผ่านผู้มีอำนาจในประเทศ ปัญหานี้จะแก้ไขได้แน่ หาก ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จริงใจกับการแก้ไขปัญหา …แต่ต้องรอ ชาติหน้าตอนบ่ายๆนะจ๊ะ?

 

ลอกมา.

....คุณก็ยอมรับแล้วหนิครับว่าที่ให้แพทย์ใหลออกเพราะรายได้ที่ดีกว่างานที่เบากว่าก็เหมือนกับ จขกท ที่ออกมาเรียกร้องเพื่ออะไรหละ ครับ ก็เพื่อเพิ่มรายได้หรือคุณจะเถียงว่าคุณทำงานไม่ได้หวังว่าจะได้ค่าตอบแทบ

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

            ...ข้อนี้ถูกต้องเห็นด้วย ข้อนี้ไม่มีใครเถียง..

 

ลอกมา.

....แพทย์ก็เป็นมนุษย์มี โมหะ โทสะ โลภะ เหมือนกับทุกสหสาขานั้นหละครับที่แพทย์ลาออกเพื่อให้ได้เงินเพิ่ม พยาบาลไปกระทรวงเพื่อขอเงินเพิ่ม ขอเงินประจำตำแหน่ง เหมือนกันเลย

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

            ...ข้อนี้ถูกต้องเห็นด้วย แต่มีเพิ่มเติมคือ ปัญหาในขณะนี้ในบ้านเมืองเราคือ หมอไม่พอกับคนป่วย ปัจจุบันมีหมอน้อยอยู่แล้ว ยังจะทยอยลาออกกันต่ออีกเยอะ ไม่โทษหมอ แต่โทษระบบ คุณรู้อยู่ว่าหมอขาดแคลน และไหลไปเอกชน คุณยังไม่ยอมทำอะไร อ้างนั้น อ้างนี่ ใหนหล่ะคุณภาพที่คุณห่วง ปรากฏข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ก็ดังไม่แพ้กัน ไม่มีอาจารย์หมอสอนนักเรียน ดูสัดส่วนตารางแล้ว ก็เห็นว่าเพิ่มขึ้นทีละนิดทุกปี ยังงั้น ยังโง้น ยังงี้ ฯลฯ สุดแต่จะอ้าง สุดท้าย ประชาชนคนยากจน ที่ต้องพึ่งพาการรักษาโรงพยาบาลของรัฐบาลต้องรับกรรมต่อไป เฮ้อ..ประเทศไทย มีแต่คนเห็นแก่ตัว ทั้งนั้น  (ไม่ว่ากัน เพราะถ้าผมเป็นหมอ หากมีโอกาสหาเงินได้เยอะๆ โดยไม่มีข้อบังคับควบคุมมากำหนดไว้ ผมก็พร้อมหนีไปหาแหล่งเงินเหมือนคุณหมอแน่นอน แต่...ผมมันวาสนาน้อย หัวไม่ดี ชาตินี้เลยไม่ได้เรียนหมอรักษาคน ได้แต่เป็นหมอถ้อยหมอความ..เฮ้อ..วาสนาของหมาน้อย

 

ลอกมา.

...ประเด็นที่ผมยกตัวอย่างกรณีสอบผู้เข้าเป็นผู้พิพากษาผมต้องการสื่อแค่ว่าบางสาขา เขาก็ต้องการคนเก่ง ๆจริง ๆเข้าทำงานถึงตำแหน่งผู้พิพากษาขาดแคลนแค่ใหนเขา ก็ไม่เอาเสมียนศาลมานั่งบัลลัง หรอกครับ

ผมขอตั้งคำถามต่อ ว่า.

            ...ข้อนี้เห็นด้วยกับคุณแต่ไม่ทั้งหมด เพราะระบบตุลาการ ยังเปิดโอกาส เปิดช่อง ให้เสมียนศาลไปเรียนต่อ หรือศึกษาต่อเพิ่มเติม เพื่อเข้าสอบมานั่งเป็นผู้พิพากษาได้ ซึ่งแตกต่างจากระบบแพทย์ที่ปิดช่อง หรือไม่ให้โอกาส สหวิชาชีพอื่นเข้าถึงการเป็นแพทย์ได้ ทั้งๆที่เขาน่าจะมีโอกาส เช่น พยาบาล ซี 7,8 ทำไมไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนต่อเป็นแพทย์ได้บ้าง ไปปิดกั้นพวกเขาทำไม? และฟังนะ ในความเป็นจริงของโลก มันต้องรวมกันหลากหลาย ความจริง ในกลุ่มแพทย์เองย่อมมีทั้งคุณภาพและไร้คุณภาพผสมกันอยู่ แต่เราอาจแยกระดับได้ เป็นกลุ่ม เช่น คุณภาพชั้น 1 ,ชั้น 2 ,ชั้น 3 ฯลฯเรื่อยไป เป็นไปไม่ได้ หรือยากเหลือเกิน ที่หมอเกรดเอ(๑) อยากอยู่บ้านนอก ,คุณก็ให้เขารักษาอยู่ในเมือง เกรดต่ำก็ตกไปบ้านนอก ไล่ไปจนถึงจังหวัด อำเภอ ตำบล ไปเลย ทำอย่างนี้ได้ คุณภาพชีวิตของคนบ้านนอกดีขึ้นแน่ๆ ที่สำคัญ คุณสร้างหมอให้เยอะๆสิ สร้างขึ้นมาไม่ต้องกลัวตกงาน  เพราะหากสิ่งใดก็ตามที่มันเยอะเกินไป ระบบก็จะกำจัดมันเอง...เข้าใจนะครับ (กล้าทำไหมหล่ะ ..เจ้านาย)

ผู้แสดงความคิดเห็น ประชาชนมีสิทธิไหมครับ วันที่ตอบ 2009-02-07 12:20:29


ความเห็นที่ 8 (1412509)

แพทยสภาบอกว่า คัดสรรคนมาเรียนแพทย์แล้วเคยตรวจสอบคนที่จบมาทำงานแล้วเหลือจริยธรรมเท่ไรจะเคยคิดไหมว่ามันสมองดีๆที่คัดไปเรียนพกพาเอาแต่สิ่งที่ทำให้สังคมเสี่อมโทรม โลภ ทุจจริต หลีกเลี่ยง ซิกแซก ไม่เกิน วิชาชีพนี้ ยกเว้น คนที่ดีและดีจริงๆ มีเหลืออยู่เท่าไร ที่สุจริต ตรงไป ตรงมา ทำเพื่อประเทศชาติ  อยากรู้ แม้แต่แพทยสภายังเล่นพวก ผ้อง  กล้าสาบานหรือไม่

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทยที่มองเห็นความโลภของมนุษย์ วันที่ตอบ 2009-02-07 12:24:46


ความเห็นที่ 9 (1412521)

โอ้ พระเจ้า พิมพ์มาซะเยอะ แต่ความรู้เท่าหางอึ่งจริงๆ



หลงอ่านจนตาลาย สุดท้ายก็แค่โวยวาย ไม่ดูเหตุผล

ผมอยากจะพิมพ์เถียงคุณเหมือนกันแหละ แต่พิมพ์ไม่เก่งขนาดนั้น
ผู้แสดงความคิดเห็น Gel วันที่ตอบ 2009-02-07 12:46:45


ความเห็นที่ 10 (1412529)

อ่อ เนาะ คห.ที่7 วิเคราะห์เป็นคำๆ เริ่ดมากค่ะ เป็นนักวิเคราะห์ชั้นเอกเลยนะเนี่ย เอาไปอยู่กระทรวงเลยดีมั้ยคะ ชื่นชทจริงๆ ปัญหาพวกนี้คงแก้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ อีก 50 ปี ประเทศไทยเจริญเท่า เมกา ก่อนค่ะ ถึงจะแก้ได้ ให้คนแก่ๆในกระทรวงเกษียนหรือหายไปจากระบบก่อนค่ะถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ หรือไม่ก็ชาติหน้าตอนบ่ายๆค่ะ  ประชาชนคนไทยตาสียายสาที่บ้านนอก ก็คงไม่ได้รับการดูแลรักษาเต็มที่  เชื่อมั้ยคะว่าทุกวันนี้เลือกปฏิบัติจริงๆ คนจนนะไปหาหมอโดนด่า พอคนมีเงินเป็นข้าราชการหน่อยหมอพูดดีด้วยเอามากๆ ไปนั่งรอตรวจเห็นพฤติกรรมนี้บ่อยๆ เมื่อไหร่นะ ประเทศไทยจะเจริญเสียที  

อีกที...อะแถมให้ คหที่ 7 โดนใจจริงๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่แม่โดนหมอด่า วันที่ตอบ 2009-02-07 13:01:17


ความเห็นที่ 11 (1412573)

อยากจะบอกว่าแพทย์ที่จบมาแต่ละปีก็ไม่เห็นจะมีคุณภาพเลยนิสัยแย่มากมาตรวจ ก็สายพยาบาลเหนื่อยแทบตาย สมควรแล้วที่ให้เค้าด่า

ผู้แสดงความคิดเห็น คนโรงบาล วันที่ตอบ 2009-02-07 15:46:27


ความเห็นที่ 12 (1412576)

ขอสนับสนุน ความเห็นที่ 1 ครับ

ปัญหาไม่ได้ผลิตไม่ทัน แต่ maintence ไม่อยู่ครับ

ระบบ มันแย่ จึงเป็นด้วยละประการฉะนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น รักสามเศร้า วันที่ตอบ 2009-02-07 16:01:21


ความเห็นที่ 13 (1412581)

คิดเห็นแตกต่าง แต่อย่าแตกแยกนะคะ ทุกคนก็ต้องการเป็นคนสำคัญกันทั้งนั้น แต่ขึ้นกับต้นทุนที่แต่ละคนสร้าง  ในสิ่งสมมติที่เราเรียกกัน ไม่ว่า แพทย์ พยาบาล หมออนามัย ฯลฯ อย่างไรก็เป็นคนเหมือนกัน ถ้าเราเป็นคนเก่งกันเรามาช่วยกันหาวิธีทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขดีไหมคะ  ส่วนท่านผู้ใหญ่ที่เห็นคนในกระทรวงทะเลากันเองก็น่าจะสะเทือนบ้างนะคะ อย่าทำตัวเป็นพ่อแม่ ที่รักลูกไม่เท่ากัน เลี้ยงลูกบางคนจนอ้วนพลี แต่ลูกอีกหลายๆ คนดูเหมือนจะขาดสารอาหาร เปรียบเหมือนเราจัดอาหารแสนดีไว้ให้ลูกรักกินเพราะไม่ต้องการให้เค้าเดินออกจากบ้านไป แต่ลูกอีกหลายๆคน นั่งมองน้ำลายหยดแหมะๆ  ในขณะเดียวกันถ้าคุณเป็นลูกพ่อแม่ เดียวกัน แล้ว พ่อแม่จัดอาหารชั้นเลิศไว้ให้คุณกิน คุณจะนั่งกินโดยไม่ชวน พี่ๆ น้องๆ มานั่งร่วมวงกินอาหารกับคุณเชียวหรือ

อยากให้ช่วยๆ กันนะคะ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันเอง อย่างไรก็ต้องทำงานด้วยกัน เห็นหน้ากันอยู่ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ขาดส่วนใด ส่วนหนึ่งไประบบอาจจะขาดความสมดุลได้

ผู้แสดงความคิดเห็น พยาบาลสุขภาพจิต วันที่ตอบ 2009-02-07 16:18:58


ความเห็นที่ 14 (1412589)

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

เบื่อ..เบื่อ...เบื่อ..

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเบื่อ วันที่ตอบ 2009-02-07 16:48:26


ความเห็นที่ 15 (1412590)

ความเห็นที่ 7 ครับคุณเข้าใจคลาดเคลื่อนหลายประเด็นที่เดียว

ผมยืนยันว่าสาขาอื่น สามารถไปเรียนต่ออีก 5 ปีเพื่อเป็นแพทย์ได้ครับ แต่ไม่มีอภิสิทธิ์ที่จะถูกละเว้นการคัดเลือกเข้าเรียนถ้าคุณจะเข้าเรียนแพทย์คุณก็ต้องเก่งกว่าผู้ที่เขาสอบเข้าเรียนแพทย์เหมือนกันเอาเป็นว่าเข้าสู่ระบบการคัดเลือกกับนักเรียนที่จบ, 6 ตรงไปตรงมา พอใจมั้ยครับ

กรณีต่อมาที่คุณบอกว่าผู้พิพากษาไม่ขาดแคลน ผมถามต่อว่าแล้วทำไมเขาเลื่อนอายุเกษียรผู้พิพากษา จาก 60 เป็น 65 ปีครับ ทำไมถึงมีตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสหละครับ เพราะเขาขาดมาก แต่เขาคัดคนเลือกเอาเฉพาะที่เขาต้องการ คนใหนที่เขาไม่ต้องการก็ไปเตะฝุ่นต่อ แล้วผมจะบอกคุณที่ผมเปรียบเทียบเพราะเป็นอาชีพที่ขึ้นกับความเป็นความตามของคนครับที่ต้องมีผู้พิพากษาให้มากเพราะเขาอยากให้กระบวนการยุติธรรมมีความรวดเร็วคุณเคยได้ยินคำนี้มั้ยครับ " ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรมแบบหนึ่ง"

ประเด็นเพิ่มอายุการใช้ทุนก็มีความคิดเช่นกันเช่นเพิ่มจาก 3 ปี  เป็น 6 ปี ผมก็เห็นด้วยแต่คุณรู้มั้ยทำไมผู้ใหญ่เขาไม่กล้าเซ็นMOU เพราะเราให้กระทรวงประกันรายได้ขั้นต่ำให้แพทย์ไม่อยากบอกตัวเลขกลัวหลายคนอิจฉา สรุปกระทรวงไม่กล้าเพิ่มอายุการชดใช้ทุนแพทย์ครับ พอใจยัง

ส่วนที่มีความเห็นบอกว่าแพทย์มาสายนี่ก็ยอมรับนะครับ แต่ผมขอตั้งคำถามถึงคุณคนโรงบาล ว่า ถ้าสายงานback office มาทำงานได้ 8.15น  สายงานที่ขึ้นเวรดึก ต่อ เช้า เช่น แพทย์ พขร lab xray ยกเว้นพยาบาล(ที่มีสิทธิ์ขึ้นดึกไม่ต้องต่อเช้า) อยู่เวรทั้งคืน referทั้งคืน ดึงvacเวรดึก เสร็จ7.55น พวกนี้ ถ้าต้องมาต่อเช้าควรมาปฏิบัติงานเวลาเท่าใด จะให้พักล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน ทานข้าวเช้าสักกี่นาทีหลังลงเวร8โมงเช้าครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-07 16:48:49


ความเห็นที่ 16 (1412601)

สนุกดีจัง..ช้อบ ชอบ  ฝุ่นคลุ้ง เลย

อิ อิ อิ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฝูงกบในกะลากลุ่มนั้น วันที่ตอบ 2009-02-07 17:48:53


ความเห็นที่ 17 (1412665)
การเรียนแพทย์โดนบังคับให้ใช้ทุนครับ แต่ รัฐไม่เยให้ นศพ ซักแดงเลย พ.ก. (พ่อกรู) ออกให้ทั้งนั้น จู่ๆ ก็เอาหนี้สี่แสนมาแปะที่หน้าผาก ว่า ถ้าลาออกต้องจ่ายสี่แสน แต่ตอนเรียนไม่เคยให้ อ้างว่าก็ค่าสร้างตึก โต๊ะเก้าอี้ น้ำยาแลบ แล้วเรียนวิศวะ วิทยาศาสต์ มันไม่ต้อง ใช้ตึกใช้โต๊ะเก้าอี้เหรอ---------- แล้วพอใช้ทุนครบ สามปี ก็ไม่เห็นว่าเงินจะได้เพิ่มเลย แสดงว่าไม่ได้หักซักแดงเดียว แต่เป็นข้ออ้าง สัญญาไม่เป็นธรรมชัดๆ--------- ถ้าคิดว่าจะผลิตโดยไม่ควบคุมมันก็คงเหมือนหมอ อินโดกับอาร์เจนละครับ รร แพทย์ ห้องเรียนยังกะ รร มัธยม เรียนแห้งๆ บนกระดานดำ--
ผู้แสดงความคิดเห็น ไขสันหลัง วันที่ตอบ 2009-02-07 19:53:03


ความเห็นที่ 18 (1412707)

หากว่าที่ผ่านมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ระบบคัดเลือก(สถาบันที่ผลิตแพทย์)ยึดมั่น แบบที่คุณว่ามาข้างต้น ที่มุ่งเน้นคุณภาพของหมอที่ผลิตออกมาอย่างเข้มงวดกวดขันเหนือสิ่งอื่นใดแล้วไซร้  ทุกวันนี้ ในหน้าหนังสือพิมพ์คงไม่มีข่าวฟ้องร้องหมอปรากฏออกมาอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ มีคนฟ้องร้องหมอ

เรื่องนี้ผมยืนยันครับว่าแพทย์ที่จบมาเขาเข้มงวดจริง ๆ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ที่แพทยสภาตั้งไว้คุณไม่มีทางได้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ก็ขนาดเข็มงวดขนาดนี้ยังพลาดเลยครับ ถ้ารับมากเกินขีดความสามารถจะเหลือเหรอครับยิ่งแย่กว่าเดิม

ส่วนประเด็นที่บอกว่าเอาเงินประชาชนมาช่วยหมอที่ถูกฟ้อง  คิดง่าย ๆ ครับ ผมไม่เคยเรียกร้องให้ใครเอาเงินรัฐมาช่วยในการสู้คดีใด ๆ ทั้งสิ้น จะเอาแบบอเมริกามั้ยครัย คนไข้ป่วยเป็นappendicitis ต้อง ct u/s ผ่าตัด ค่าผ่าตัดผู้ป่วยจ่ายให้หมอเอง ตก 1แสนเหรียญเอาแบบว่าถ้าผู้ป่วยรอดก็จนไปเลยในการรักษาครั้งหนึ่งให้ค่าตอบแทนหมอให้มากเท่าที่จะทำได้ ระบบที่เมืองไทย ผู้ป่วยบัตรทองไม่เสียแม้แต่บาทเดียว แพทย์ทำดีแค่เสมอตั้ง แย่หน่อยถูกฟ้องหัวโต คุณคิดดูเลย ค่าผ่าเปิดกระโหลก ผ่านานไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงหมดเลือดไม่ตำกว่า3 ถุง ให้ค่าหัตถการแพทย์ 500 บาท ทำสามชั่วโมง ได้ 500 คนไข้ไม่ดีขึ้นแพทย์จ่ายอีก 5 ล้านใครมันจะอยากไปอยู่รพ รัฐหละครับ คิดหน่อยซิครับก่อนตั้งคำถาม แถไปเรื่อยผมท้า คุณความเห็นที่ 7 นะครับ สำหรับคุณผมยกให้ไม่ต้องไปเรียนต่อ5 ปี  ให้คุณมาเป็นหมอเลย เอาแบบที่คุณบอกผลิตออกมาให้มาก อยากรู้เหมือนกันคุณจะทนแรงเสียดทานได้แค่ใหน

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-07 21:59:25


ความเห็นที่ 19 (1412755)
ขอพูดแบบคนเป็นกลางนะครับปัจจุบันเราททราบดีแล้วว่าปัญหาแพทย์ขาดแคลนในชนบทและรพของรัฐไม่ใช่เพราะผลิตมาไม่พอแต่เป็นเพราะขาดแรงจูงใจที่จะทำให้แพทย์อยู่ได้นานซึ่งแรงจูงใจหลักก็คือเรื่องของเงิน ต่อให้ผลิตออกมามากกว่านี้แพทย์ก็ยังขาดอยู่ดี เอารพชที่ผมเคยอยู่เป็นตัวอย่างสมัยก่อนมีหมอออก OPD ช่วงเช้า 5 คนมีปัญหาตรวจคนไข้ไม่หมดคนไข้ต้องนั่งรอบริการโดยเฉลี่ยคนละอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงปัจจุบันมีแพทย์ออก OPD พร้อมกัน 8-10 คนรพชก็ยังประสพปัญหาเดิมคือผู้ป่วยรอนานกว่าจะได้คิวตรวจ เราก็เริ่มตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตกลงปัญหาก็คือพอแพทย์ออกตรวจมากขึ้นแทนที่ทุกคนจะทำงานด้วยความเร็วเท่าเดิมปรากฏว่าแพทย์ส่วนใหญ่จะลดควาามเร็วในการตรวจลงยิ่งพอเหลือผู้ป่วยน้อยๆแพทย์ก็จะเริ่มเดินออกจากห้องตรวจไปนั่นมานี่ไม่ยอมเคลียผู้ป่วยให้หมด คำถามก็คือเพราะอะไรทำไมแพทย์ไม่ขยันทำงาน อย่าว่าแต่แพทย์เลยครับแม้แต่พยาบาล screen ก็ยังหลีกเลี่ยงงานประจำที่ตัวเองถูกฝึกมาให้ทำเช่นการวัด bp temp pulse rate บางทีก็วัดมาแต่ความดันทั้งๆที่เวลาถามประวัติผู้ป่วยก็บอกชัดเจนแล้วตัวพยาบาลเองก็เขียนบน OPD card ว่าผู้ป่วยมีไข้ แม้กระทั่งเวรเปลพอมีโทรศัพท์มาให้ไปเข็นผู้ป่วยก็ไม่มีคนแย่งกันไปเข็นนั่งรอกันว่าใครจะลุกก่อน พูดสั้นๆสาเหตุก็คือบุคลากรขาดแรงจูงใจในการทำงาน หมอ พยาบาล เวรเปลก็คนเหมือนกัน คนทำมากได้เงินเดือนเท่าเดิมคนทำน้อยก็ได้เงินเดือนเท่าเดิมแถมถ้าทำพลาดก็จะโดนกล่าวว่า แล้วใครอยากจะทำมาก อย่าว่าแต่แพทย์เลยครับไม่ว่าใครโดนอย่างนี้ก็ไม่อยากอยู่ ดังนั้นถ้าจะแก้ปัญหากันอย่างจริงจังจึงควรไปเพิ่มเงินที่ work load ใครทำมากคุณต้องให้เขามากถ้าไม่ทำอะไรมัวนั่งบริหารก็ไม่ได้อะไร ถ้าคุณมาเพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายแบบนี้ต่อให้คุณให้ทุกสายวิชาชีพ 100000 บาททุกคนก็จะทำงานเช้าชามเย็นชามแบบเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่คุณอาจจะเห็นหมอใหญ่จากโรงพยาบาลทั่วไปมาอยู่โรงพยาบาลชุมชนมากขึ้น ก็่เท่านั้น ส่วนเรื่องการฟ้องร้องหมอรพของรัฐเนี่ยเขาไม่กล้วเสียเงินหรอกนะครับคุณหมอเจ้าของความเห็นที่ 18 ที่เขากลัวนะคือกลัวติดคุกอย่างเดียวเพราะเรื่องการฟ้องร้องเอาเงินในคดีแพ่งโจทย์ที่ 1 คือกระทรวงสาธารณสุขดังนั้นหมอจึงไม่ต้้องจ่ายแม้แต่แดงเดียว ยกเว้นคุณเป็นหมอสูติที่รับใต้โต๊ะเอาผู้ป่วยคลินิคตัวเองมาลัดคิวผ่าโรงพยาบาลของรัฐ อันนี้คุณต้องจ่ายเอง
ผู้แสดงความคิดเห็น เวรเปลผ่านมาครับ วันที่ตอบ 2009-02-08 02:19:30


ความเห็นที่ 20 (1412762)
จากการตรวจเช็ค IP Address ความคิดเห็นที่ 7 แท้จริงคือคนที่ใช้ชื่อว่า เทวดาท่าจะบองส์ ที่เวป pharmacafe รวมถึงความคิดเห็นที่ 19 ก็มีประวัติ IP Address ที่ป้วนเ***ยนที่เวปนั้นเป็นประจำ
ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ IT วันที่ตอบ 2009-02-08 07:39:43


ความเห็นที่ 21 (1412789)

จะเป็นใครก็ช่างเถอะ    เขามาแสดงความคิดเห็นในมุมมองหนึ่ง       ก็ขอบคุณเขามากๆก็แล้วกัน    ไม่เป็นไรน่า      คุยกับคนหลายๆคนความคิดจะได้กว้างขวางขึ้น    หัดฟังคนอื่นมากขึ้นไง       ใจเย็นๆ      คนไทยด้วยกันแท้ๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เพื่อนคุณทุกคน วันที่ตอบ 2009-02-08 08:54:23


ความเห็นที่ 22 (1412809)
เรียนคุณความเห็นที่ 20 ถ้าผมจะซ่อน IP โดยผ่าน chain proxy 16+ ครั้ง ผมก็มีปัญญาทำ แต่ด้วยสติปัญญาความรู้ของคุณผมจึงไมทราบว่าจะทำไปทำไม
ผู้แสดงความคิดเห็น เวรเปลผ่านมา วันที่ตอบ 2009-02-08 10:28:27


ความเห็นที่ 23 (1412963)
เรียนคุณหมอ IT มาดูคนป่วยกัน IP : 61.19.67.168 **************** http://72.14.235.132/search?q=cache:9sisfS3HDZMJ:www.mohanamai.com/%3Fname%3Dwebboard%26file%3Dread%26id%3D2478+61.19.67.168&hl=th&ct=clnk&cd=11&gl=th **************** ป่วนเค้าไปทั่ว
ผู้แสดงความคิดเห็น Jx50 วันที่ตอบ 2009-02-08 20:02:49


ความเห็นที่ 24 (1413004)

แสดงความคิดเห็นหมอ วันที่ลงประกาศ 2009-02-07 16:48:49 IP : 125.26.137.190

....ผมยืนยันว่าสาขาอื่น สามารถไปเรียนต่ออีก 5 ปีเพื่อเป็นแพทย์ได้ครับ แต่ไม่มีอภิสิทธิ์ที่จะถูกละเว้นการคัดเลือกเข้าเรียนถ้าคุณจะเข้าเรียนแพทย์คุณก็ต้องเก่งกว่าผู้ที่เขาสอบเข้าเรียนแพทย์เหมือนกันเอาเป็นว่าเข้าสู่ระบบการคัดเลือกกับนักเรียนที่จบ, 6 ตรงไปตรงมา พอใจมั้ยครับ.

….ไม่พอใจ เพราะพวกพยาบาล ซี 7 ซี 8 หากอยากเป็นแพทย์ คุณจะให้เขากลับไปเริ่มเรียนใหม่ 5 ปี หนำซ้ำยังไปแข่งกับลูกซึ่งเรียนพึ่งจบ ม. 6 อีก .คุณบ้าแล้วหรืออย่างไร? คิดได้อย่างไร? แล้วประสบการณ์การทำงานของพยาบาลแก่ๆเหล่านั้น มันช่วยลดเวลาได้เพียงแค่ 1 ปี เท่านั้น หรือ ดูองค์กรอื่นเขาบ้าง ตำรวจนายดาบแก่ๆ สอบคัดเลือกเป็นนายร้อย เรียนเพิ่มอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ติดยศนายร้อยแล้ว ,ร้อยตรีหญิงเมื่อก่อนไม่มี(สายตรง)เดี๋ยวนี้เขาเริ่มผลิต เขาเริ่มยอมรับแล้ว เขาเหล่านี้ไม่เห็นต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่พร้อมลูกของเขาที่พึ่งจบ ม.6 เลย แล้วนี่ องค์กรแพทย์จะให้เขาไปเรียนใหม่พร้อมลูกหลาน บ้าหรือเปล่า เอาอะไรคิด

 

แสดงความคิดเห็นหมอ วันที่ลงประกาศ 2009-02-07 16:48:49 IP : 125.26.137.190

....ทำไมเขาเลื่อนอายุเกษียรผู้พิพากษา จาก 60 เป็น 65 ปีครับ ทำไมถึงมีตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสหละครับ เพราะเขาขาดมาก.

......คุณตอบผิด เพราะเรื่องของการขยายเวลาเกษียณอายุราชการของข้าราชการนั้น เดี๋ยวนี้มันเกือบทุกหน่วยงาน ที่คณะกรมมการองค์กรของเขาพิจารณาคัดเลือกเป็นรายๆไป ครูก็มี ขยายเวลาเกษียณออกไปเป็น 65 ปี เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย เช่นกัน ดังนั้น เหตุผลที่คุณอ้างว่า เพราะผู้พิพากษาขาดแคลน จึงขยาย จึงไม่ถูกต้อง  

แต่วงการผู้พิพากษา หรือระบบตุลาการเอง ยังคงต้องปฎิรูปอีกแน่นอน ลองดู

ปฏิรูประบบยุติธรรม

·         ควรมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้ามาควบคุมตามหลักการประชาธิปไตย ควรลดอำนาจของผู้พิพากษา ตุลาการ และเพิ่มอำนาจให้ประชาชนเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน โดยให้มีระบบใหม่คือ คณะลูกขุนที่มาจากทะเบียนรายชื่อประชากรในเขตนั้นๆ หมุนเวียนกันมาเป็น เพื่อเป็นผู้ตัดสินคดี โดยที่ผู้พิพากษาเป็นเพียงผู้ชี้แจงประเด็นกฎหมายให้คณะลูกขุน

 

·         พลเมืองควรมีสิทธิ์วิจารณ์ศาลได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบของประชาชน

 

·         สำหรับคดีย่อยๆ เช่นลักขโมยฯลฯ ไม่ควรมีการจำคุก ควรใช้นักสังคมสงเคราะห์ในการชี้แนะให้ผู้ผิดสามารถปรับตัวผ่านงานสาธารณะ แต่ที่สำคัญ เราต้องแก้ปัญหาอาชญากรรมที่ต้นเหตุ เพราะการลักขโมยส่วนใหญ่มาจากปัญหาความยากจนหรือการติดยา ดังนั้นต้องเน้นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมผ่านการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน โดยการสร้างรัฐสวัสดิการ

 

·         ควรมีการทบทวนปรัชญาในการจำคุก เพื่อเน้นความปลอดภัยของสังคมแทนการแก้แค้นลงโทษ เราต้องยกเลิกโทษประหารชีวิตในทุกกรณี ควรปฏิรูประบบคุกเพื่อลดจำนวนนักโทษ และเพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักโทษ

 

·         ต้องสร้างมาตรฐานความเท่าเทียมและความยุติธรรมในสังคม โดยเริ่มจากเบื้องบน ต้องนำเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เคยทำผิดในคดีความรุนแรงกับประชาชน เช่น ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๖ตุลา พฤษภาทมิฬ กรณีตากใบ ฯลฯ มาลงโทษ และให้อำนาจแก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ฟ้องอาชญากรของรัฐให้ขึ้นศาล อดีตอาชญากรของรัฐควรถูกกีดกันไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งสาธารณะอีก

 

·         ต้องมีสำนักงานดูและสุขภาพและความปลอดภัยที่มีระบบบริหาร ?สามส่วน? ประกอบด้วย (1)คนจากรัฐบาลส่วนกลางที่มาจากการเลือกตั้ง (2)คนที่ได้รับการเลือกตั้งจากชุมชนที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลได้ผลเสีย และ(3)คนที่เป็นตัวแทนของสหภาพแรงงาน โดยที่ทั้งสามส่วนมีผู้แทนเท่ากัน สำนักงานนี้ต้องมีอำนาจและทรัพยากรเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับบริษัทหรือหน่วยงานของรัฐที่ละเมิดกฎระเบียบความปลอดภัยหรือทำลายสิ่งแวดล้อม

 

...ทำไมผู้ใหญ่เขาไม่กล้าเซ็นMOU เพราะเราให้กระทรวงประกันรายได้ขั้นต่ำให้แพทย์ไม่อยากบอกตัวเลขกลัวหลายคนอิจฉา.

………อยากถามว่า ไอ้คำว่า “เรา” ที่คุณว่ามันคือใครกัน ทำไมมันถึงใหญ่ และเก่งจัง ใหญ่และเก่งถึงขนาดกระทรวงฯไม่กล้าดำเนินการ ใช่ องค์การมาเฟีย “แพทยสภา”หรือเปล่า? แน่จริง..ตอบมาสิ

......ติดใจแค่นี้ นอกนั้นไม่ติดใจ..

ผู้แสดงความคิดเห็น อยู่ข้างประชาชนใครจะทำไม วันที่ตอบ 2009-02-08 22:31:36


ความเห็นที่ 25 (1413011)

ความเห็น ที่ 25 ถ้าไม่พอใจ ก็ต้องมีความพอเพียง พอใจในสิ่งที่ได้ซิครับ ตอบแบบนี้พาลไปปล่าว ตอบ อย่างผู้มีอาระหน่อยครับ ถ้าหน่วยที่เรียนเหมือนกันสามารถเทียบโอนได้ครับ ถ้าหน่วยกิจไม่เหมือนกัน จะอ้างประสบการณ์ อ้าง ซี สากลคงไม่ยอมรับหรอกครับ ผมว่าคุณนี่เป็นได้เพียง "คน "เท่านั้นหละ คำว่า" มนุษย์ "ยังใช้กับคุณที่มีแนวคิดแบบนี้ไม่ได้

ส่วนคนที่เสนอmou นี่ ผมเองครับ เส้นใหญ่มั้ย มีอะไรมั้ยครับ

ไม่โวยวาย ไม่ตบเท้าแสดงพลัง  ไม่ไปประท้วงเอาข้อมูลเชิงลึกมาว่ากัน 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-08 22:59:01


ความเห็นที่ 26 (1413012)

ความเห็น ที่ 25 ถ้าไม่พอใจ ก็ต้องมีความพอเพียง พอใจในสิ่งที่ได้ซิครับ ตอบแบบนี้พาลไปปล่าว ตอบ อย่างผู้มีอารยะหน่อยครับ ถ้าหน่วยที่เรียนเหมือนกันสามารถเทียบโอนได้ครับ ถ้าหน่วยกิจไม่เหมือนกัน จะอ้างประสบการณ์ อ้าง ซี สากลคงไม่ยอมรับหรอกครับ ผมว่าคุณนี่เป็นได้เพียง "คน "เท่านั้นหละ คำว่า" มนุษย์ "ยังใช้กับคุณที่มีแนวคิดแบบนี้ไม่ได้

ส่วนคนที่เสนอmou นี่ ผมเองครับ เส้นใหญ่มั้ย มีอะไรมั้ยครับ

ไม่โวยวาย ไม่ตบเท้าแสดงพลัง  ไม่ไปประท้วงเอาข้อมูลเชิงลึกมาว่ากัน 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-08 23:01:46


ความเห็นที่ 27 (1413021)

ความเห็น ที่ 25 ถ้าไม่พอใจ ก็ต้องมีความพอเพียง พอใจในสิ่งที่ได้ซิครับ

ตัวเองพูดออกมาได้ไงว่าให้มีความพอเพียง ตัวเองมีความพอใจ หรือพอเพียงอย่างปากว่าหรือเปล่า ที่สมองไหลมากๆนี้ มันแสดงออกถึงความพอเพียงหรือเปล่าครับตอบแบบนี้พาลไปปล่าว ตอบ อย่างผู้มีอาระหน่อยครับ

ถ้าหน่วยที่เรียนเหมือนกันสามารถเทียบโอนได้ครับ ถ้าหน่วยกิจไม่เหมือนกัน จะอ้างประสบการณ์ อ้าง ซี สากลคงไม่ยอมรับหรอกครับ

มันก็ถูก ไม่ได้ว่าระบบซีเล็กซีใหญ่ แต่อยากรู้นักว่า วิชาพยาบาลที่ร่ำเรียนกันมา 4 ปี เทียบกับวิชาหมอที่เรียน 5-6 ปี ทำไมมันเทียบวิชาเรียนได้น้อยแท้ ทั้งๆที่มันก็เรียนมารักษาตัวคนเหมือนกัน จะให้เรียนใหม่เฉลี่ยเกือบ 5 ปี มันไม่เกินไปเร้อ ไอ้คนที่คิดหลักสูตร มันเป็นใคร สมควรเอาไปทำหมันได้แล้ว

และผมว่าคุณหมอที่พูดนี่แหล่ะ นี่เป็นได้เพียง "คน "เท่านั้นหละ คำว่า" มนุษย์ "ยังใช้กับคุณที่มีแนวคิดแบบนี้ไม่ได้ ไม่เชื่อลองถามคนในเว็บบอร์ดนี้ดูก็ได้

ส่วนคนที่เสนอmou นี่ ผมเองครับ เส้นใหญ่มั้ย มีอะไรมั้ยครับ

ไม่มีคร๊าบ/.เจ้านาย ผมกลัวเส้นของเจ้านายแล้วคร๊าบ แต่ผมอยากเสนอเจ้านายให้ เจ้านายเป็นปลัดกระทรวงฯทุกกระทรวงไปเลยคร๊าบ เก่งๆและเส้นหญ่าย..ย เบิ้ม อย่างนี้ แถมให้เป็น นายกรัฐมนโท เลยคร๊าบ..เจ้าน้าย..

ผู้แสดงความคิดเห็น กลัวแล้วจ้า...เจ้านาย วันที่ตอบ 2009-02-08 23:35:31


ความเห็นที่ 28 (1413052)

“อยากรู้นักว่า วิชาพยาบาลที่ร่ำเรียนกันมา 4 ปี เทียบกับวิชาหมอที่เรียน 5-6 ปี ทำไมมันเทียบวิชาเรียนได้น้อยแท้ ทั้งๆที่มันก็เรียนมารักษาตัวคนเหมือนกัน จะให้เรียนใหม่เฉลี่ยเกือบ 5 ปี มันไม่เกินไปเร้อ ไอ้คนที่คิดหลักสูตร มันเป็นใคร สมควรเอาไปทำหมันได้แล้ว”

 

เห็นข้อความนี้แล้ว อดรนทนไม่ได้จริงๆ ครับ เห็นจะต้องมาช่วยคุณเปิดกะลาซะหน่อยแล้ว

 

คุณครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียนหลักสูตรแพทยศาสตร์ หลักสูตร 5 ปี ขอยืนยันว่า การไม่ให้เทียบโอนหน่วยกิจอย่างที่คุณพูดถึงนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คุณอยู่ข้างนอกคงไม่ได้รู้อะไรจริงๆ นั่งเทียนเขียนเอง คิดเอง อย่าอวดฉลาดเลยครับ แพทย์นิวแทรคต์นั้น แม้จะเคยเรียนอะไรต่อมิอะไรมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่า ความรู้มันจะคงอยู่คงทนตามกาลเวลา ยิ่งเป็นวิชาที่แพทย์ต้องเรียน กับที่พยาบาลเรียน ถึงจะชื่อวิชาเดียวกัน แต่เนื้อหาและความเข้มข้นเนี่ยคนละเรื่องเลยนะครับ ถามพยาบาลที่เป็นแพทย์นิวแทรคต์ได้เลย ยิ่งแพทยสภามีเกณฑ์ประเมินความรู้ทุกๆ ปีหรือ 2 ปีด้วยแล้วเนี่ย ไม่ลงเรียนใหม่ก็ตายหยั่งเขียดคับ

 

 “เรียนมารักษาตัวคนเหมือนกัน” ตลกดีนะครับ แสดงว่าโลกของคุณแคบมาก เป็นคำพูดแบบชาวบ้านมากๆ ผมเคยมีประสบการณ์ รพช. พยาบาลวิชาชีพไม่รู้จักคำว่า “drug regimen” (อ่านว่า ดรัก เรจิเมน) อึ้งมั้ยครับ แบบนี้เหรอ ที่จะไปเรียนแค่  2 ปีเพื่อเป็นแพทย์ ไม่ใช่เรียน กศน. นะครับคุณ

ผู้แสดงความคิดเห็น de MD วันที่ตอบ 2009-02-09 03:23:00


ความเห็นที่ 29 (1413062)

เห็นข้อความนี้แล้ว อดรนทนไม่ได้จริงๆ ครับ เห็นจะต้องมาช่วยคุณเปิดกะลาซะหน่อยแล้ว

เปิดไปทำไม่ทราบครับ เปิดไปก็ไม่เจออะไรอยู่ดี สุดท้าย ก็ diag  no brain lesion

ความพอเพียงของผม มีความหมายถึง พอใจในงาน ซึ่งมีความเป็นปัจเจก ความพอเพียงของคนอื่น อาจพอใจที่ได้ทำงานไม่มากนักเลยเลือกที่จะไปอยู่เอกชน  สำหรับผมแล้ว ผมพอใจ ในงานไม่คิดลาออก รายได้ที่เคยได้ก่อนหน้านี้จากรัฐ ใช้อีก 10 ชาติก็ไม่หมด ยังไงผมก็กินข้าวไม่ถึง100 บาท ต่อวันอยู่แล้ว

วิชาพยาบาลที่ร่ำเรียนกันมา 4 ปี เทียบกับวิชาหมอที่เรียน 5-6 ปี ทำไมมันเทียบวิชาเรียนได้น้อยแท้ ทั้งๆที่มันก็เรียนมารักษาตัวคนเหมือนกัน

ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ แต่อย่าลืมว่า วิชาชีพบางอย่าง จะอาศัยแค่ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเดียวคงไม่ได้  คุณคิดอย่างนี้ ชัดเจนเลยว่ามาจาก NBT( no brain station )  ต้องการบ่วนอย่างเดียว ก็แล้วทำไมเอาไม่เอาคุณมาเป็นหมอเลยหละครับ ในเมื่อคุณก็เข้ามาในwebนี้ ทุกวัน จนถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญงานสารณสุขไปแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-09 06:41:47


ความเห็นที่ 30 (1413121)
ผมคิดว่าคุณความเห็นที่ 27 คงไม่ได้มีเจตนาที่จะลดระยะเวลาของการเรียนแพทย์สำหรับผู้ที่เรียนจบปริญญาตรีแล้วให้น้อยลง แต่ประเด็นสำคัญที่เขาต้องการชี้คือว่าทำไมคนเรียน 4 ปี กับ 6 ปีเงินเดือนมันถึงได้ต่างกันมากมายเหลือเกิน สำหรับความเห็นที่ 29 1. งั้นคุณจะรับเงินเดือนวันละ 100 บาทมั้ยครับ ส่วนต่างที่คุณได้ผมจะขอรับไว้เอง 2. คุณตอบไม่ตรงคำถาม เขาถามว่าวิชาพยาบาลที่ร่ำเรียนกันมา 4 ปี เทียบกับวิชาหมอที่เรียน 5-6 ปี ทำไมมันเทียบวิชาเรียนได้น้อยแท้ คุณจะดูถูกเขาหรือครับว่าวิชาที่เรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัยทั้งหมดคือภูมิปัญญาชาวบ้าน กรุณาใช้สติปัญญาที่คุณมีในการตอบให้สมกับการที่ตัวเองอ้างว่าเป็นแพทย์ครับ หรือว่าวันๆมัวแต่มานั่งเปิดแต่กะลาปัญญามันจึงมีเพียงเท่านี้ 55555555555 น่าสมเพศ
ผู้แสดงความคิดเห็น ืnurseaid วันที่ตอบ 2009-02-09 12:47:45


ความเห็นที่ 31 (1413142)
หมอ หมายเลข 29 ตอบแบบกวน   ตี   น  ดีนะ.อยากพบ อยากเจอหน้าจังเลย ...หว่ะ.
ผู้แสดงความคิดเห็น อดไม่ไหวจริงๆ ไอ้มันสมองแบบดูถูกแบบนี้อยากซัก.โป้ง วันที่ตอบ 2009-02-09 14:17:54


ความเห็นที่ 32 (1413145)

น้องสาวเราสอบติดหมอมหิดล (รอเข้าค่ายเลือกอีกรอบ) และติด ทันตแพทย์ มช.

เรียนเก่ง จำเก่ง แต่ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป ไม่มี

ปล. ไม่ได้เอาน้องมาขายนะคะ ^_^

จากคุณ : 52001 - [ 17 ม.ค. 52 12:10:02 ]
ผู้แสดงความคิดเห็น มุม วันที่ตอบ 2009-02-09 14:58:05


ความเห็นที่ 33 (1413206)

ขอเป็นกำลังใจให้พี่ หมอครับ ปล.เป็น fanclub ตัวจริง   

ผู้แสดงความคิดเห็น ว่าที่ นศพ วันที่ตอบ 2009-02-09 19:08:19


ความเห็นที่ 34 (1413262)

ตอบความเห็นที่30

ผมก็ไม่ทราบด้วยความบริสุทธิ์ใจครับ ว่าทำไม เทียบหน่วยกิจกันน้อย เอาเป็นว่าคนที่เคยเป็นพยาบาลไปต่อแพทย์(ความเห็นที่26) เขาเคยผ่านเข้าไปเรียนเขาก็เปรียบเทียบนี่ครับ มันเป็นfact คุณพูดแบบนี้แสดงว่าคุณมาต่อรองให้ใช้เวลาเรียนน้อยลงใช่ใหมครับ ทำไมหละ เกณฑ์ที่กำหนดมันเป็นมาตรฐานที่สากลยอมมันไม่ดีตรงใหน รับถ้าคุณคิดว่าเรียน5 ปี มันเยอะไปไม่เป็นธรรมคุณก็สามารถใช้ช่องทางกฎหมายในการฟ้องศาลปกครองทุเลาลดเวลาเรียนจาก5 ปี เป็น 0 ปี ก็ได้นี่ครับ เอาเลยถือว่าผมท้า

ผมไม่เคยดูถูก ดูผิด คิดว่าใครจะต่ำต้อย หรือยิ่งใหญ่ไปกว่าผมหรอกครับ ที่อ้างเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้านนี่ ก็เพราะชาวบ้านมาตอบมา ไม่ใช่วิชาชีพพยาบาล ซึ่งสิ่งที่เขาตอบไม้หลักปักเลนทั้งนั้น พี่พยาบาลทั้งหลายก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย คิดได้ไงครับจะเอาซีมาลดเวลาเรียน แล้วถ้าหมอจะข้ามไปเรียนพยาบาลบ้างหละครับ ถ้าคุณกำหนดว่าต้องเรียนเพิ่มอีก 3 ปี ผมบอก ผมเคยเป็นหมอ ผมได้ซี 9 ผมได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้สายสะพายมาแล้ว ผมขอเรียนแค่ 2  วัน ถามหน่อยสภาการพยาบาลจะออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลให้ผมมั้ย ครับ จะยอมหมอแก่อย่างผมมั้ยครับ

 

ส่วนเงินที่เหลือส่วนเกิน 100 บาทนี่ผมจะโอนให้คุณก็ได้ บอกชื่อ สกุล เลขที่บัญชีมาเลยท้าครั้ง
ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-09 21:07:30


ความเห็นที่ 35 (1413311)

เข้ามาเชียร์พี่หมอครับ พี่หมอพูดถูกครับ  เห็นด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น ว่าที่ นศพ วันที่ตอบ 2009-02-09 23:50:39


ความเห็นที่ 36 (1413319)
    ขอโทษนะคะ คนที่ใช้ชื่อว่าหมอ สมควรที่จะใช้สีตัวหนังสือเป็นสีอื่นมากกว่าสีแดงนะคะ เพราะดูแล้วแสบตามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วไม่จำเป็นต้องใช้ตัวหนังสือใหญ่ขนาดนี้ก็ได้ สงสารคนเข้ามาดูกระทู้นี้ รวมถึงตัวดิฉันเองด้วย หวังว่าข้อเสนอนี้คงจะรับฟังนะคะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ซาร่า วันที่ตอบ 2009-02-10 01:16:54


ความเห็นที่ 37 (1413326)
เรียนคุณความเห็นที่ 30 ผมไม่ได้ต่อรองให้ลดเวลาเรียนแพทย์ลงเพราะมันก็ลดลงอยู่แ้ล้วจากเดิมหมอต้องเรียน 7 ปี แต่ด้วยคำที่ว่าแพทย์ขาดแคลนเลยลดปีที่ต้องเป็น intern ออกเลยเหลือแค่ 6 ปี แต่คุณต้องยอมรับในสิ่งที่คุณพูดขึ้นมาเองว่า วิชาชีพบางอย่าง จะอาศัยแค่ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างเดียวคงไม่ได้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ตามมันเป็นการดูถูกวิชาชีพของผู้อื่นซึ่งผู้มีจิตใจเจริญแล้วเขาไม่ทำกัน ส่วนเรื่องการลดเวลาในการเรียนแพทย์เป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยนั้นๆที่รับนักศึกษาเข้าเรียนว่าจะตั้งเป้าฝึกนักศึกษาให้เป็นแพทย์ได้ในกี่ปีแล้วก็ขึ้นอยู่กับแพทยสภาว่าจะให้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์แก่นักศึกษาที่จบมหาวิทยาลัยนั้นๆที่สอบผ่านเกณฑ์แพทยสภาหรือไม่ ไปฟ้องศาลปกครองขึ้นมาคงจะไม่ได้อะไรขึ้มมา เท่าที่ฟังมาผมยังไม่เห็นกระทู้ใดเลยที่บอกว่าจะเอาซีไปแลกเวลาเรียนแต่เขาเพียงแสดงความผิดหวังที่ตัวเองมีประสพการณ์ในการรักษาแต่มันใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แต่ถ้ามันจะทำให้ลดมันก็ทำได้อย่างอเมริกาเขาก็ฝึกแพทย์กันแค่ 4 ปีแต่เขารับแต่บุคคลที่จบปริญญาตรีแล้วเท่านั้น แต่แค่ลดลงมาปีเดียวหมอมันก็บ่นกันจะตายอยู่แล้วว่ามาตรฐานแพทย์ตกต่ำลง ส่วนเรื่องเงินคุณไม่ต้องโอนเงินมาให้ผมก็ได้ครับคุณเพียงแค่บอกชื่อที่อยู่และโทรศัพท์มา ้ผมจะไปรับถึงที่ด้วยตัวเองทุกๆเดือนแต่กรุณาอย่าให้ผมน้อยกว่ารายได้ทั้งหมดที่คุณได้รับต่อเดือนลบ 30*100 บาทนะจ๊ะ 55555555555
ผู้แสดงความคิดเห็น ืnurseaid วันที่ตอบ 2009-02-10 02:00:24


ความเห็นที่ 38 (1413327)
รีบพิมพ์ไปหน่อย เรียนคุณหมอความเห็นที่ 34 นะครับไม่ใช่ 30
ผู้แสดงความคิดเห็น ืnurseaid วันที่ตอบ 2009-02-10 02:05:05


ความเห็นที่ 39 (1413365)

ความเห็นที่ 38 ครับ ช่วยกลับไปอ่าน ความเห็นที่ 28 ด้วยนะครับ

คุณไม่ต้องอ้างระบบแพทย์ของอเมริกาเลยครับ  ถ้าใครชอบระบบอเมริกาก็เชิญไปเรียนที่อเมริกาได้เลย

ถ้าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายมันไม่เป็นธรรมสำหรับ คุณ nurseaid คุณสามารถใช้ช่องทางกฎหมาย ฟ้องศาลปกครอง ใต่สวนฉุกเฉิน ระงับการเบิกจ่ายเงินได้เลยครับ ไม่เช่นนั้นต้องรออีก 6 เดือนครับ 555

เอาเป็นว่าผมยังยืนยันให้คุณ ส่งชื่อ และบัญชีมาให้ผม เด๋วผมโอนให้ เพราะผมไม่อยากเห็นหน้าคุณครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-10 09:06:00


ความเห็นที่ 40 (1413645)

คุณหมอครับ ตามทั่วไป คุณเป็นคนที่ชาวบ้านเขายกย่อง ชื่นชมในมันสมองของคุณ และงานที่คุณทำ ผมขอถามเอาความรู้เพื่อเปิดกะลาตนเองหน่อยเถิดว่า (เราไม่พูดเรื่องเงินค่าตอบแทนแล้วนะ)

 ว่า “คุณหมอคิดว่าการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในไทย ที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้น ควรมีระบบ หรือวิธีการดำเนินการอย่าง? และอย่างน้อยควรใช้ระยะเวลาประมาณกี่ปี ผมขอถามผู้รู้เช่นท่าน หวังว่าคงจะกรุณา..นะครับ

        ด้วยความนับถือ  

ผู้แสดงความคิดเห็น อยากรู้จริงๆ วันที่ตอบ 2009-02-10 17:28:12


ความเห็นที่ 41 (1413667)

เอาแบบตรงไปตรงมาเลยนะครับพี่

1. ต้องจำกัดผู้ป่วยต่อวันเช่นถ้าทำงาน8-16น 7 ชั่วโมงนี่ กำหนดเลยบังคับให้แพทย์ตรวจไม่ต่ากว่า 10 นาที ต่อ คน1 ชั่วโมงให้ตรวจได้แค่6 คน7ชั่วโมงในเวลาราชการ(พักเที่ยง 1 ชั่วโมง) ให้ตรวจได้ไม่เกิน 42 คน ที่เหลือนัดวันต่อไป ยกเว้นcasesหนัก ให้ส่งเข้า er

2. กำหนดให้แพทย์ทำงานห้ามเกิน 16ชั่วโมงต่อกันเหมือนพยาบาล ถ้าขึ้น เช้า บ่าย ดึก ต้อง 0ff ขึ้นดึก ต้องoff เช้า

3. ให้มีระบบร่วมจ่าย เช่นถ้าค่ารักษา 100 % ผู้ป่วยจ่าย 30 % ที่เหลือรัฐรับไป

4. ไม่ต้องมีเบี้ยเหมาจ่ายก็ได้แต่ต้องเพิ่มเงินเวร ค่าหัตการ เทียบเท่าอัตราของกทม(รับรองทั้งแพทย์ พยาบาล สาขาวิชาชีพอื่นๆ happy แน่นอน)

5 จัดสวัสิการบ้านพักเจ้าหน้าที่กำหนดให้ต้อง มีแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวป internet  รถ รับส่งเจ้าหน้าที่ที่มีบ้านในเมือง

6. ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำผลงานเลื่อนระดับ 8 -9 ได้ทุกคนมิใช่เฉพาะผู้บริหาร

7.แยกบัญชีเงินเดือนออจาก กพ เหมือน ศาล อัยการ

8. บังคับให้รัฐส่งวิชาชีพอื่นเข้าสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมถ้าสอบผ่านโดยไม่ต้องเรียนยิ่งดี

9. แก้กฎหมายชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ เป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ใด สามารถชันสูตรพลิกศพได้เหมือนแพทย์ครับ

ผมว่าถ้าทำได้ ข้อ 1-4 รับรอง ภายใน10ปี จะมีแพทย์อยู่ในระบบมากขึ้นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-10 18:08:44


ความเห็นที่ 42 (1413686)

สรุปเบี้ยเลี้ยงไม่ต้องเอา ลดภาระงานในเวลาราชการ ส่วนนอกเวลาราชการคิดเท่ากทมก็ พอ  เพิ่มสวัสดีการด้านอื่น ๆมาแทนครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-10 18:28:35


ความเห็นที่ 43 (1413691)

โดน  ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ว่าที่ นศพ. (กก-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-10 18:50:49


ความเห็นที่ 44 (1413809)
เรียนคุณความเห็นที่ 39 คงไม่จำเป็นที่ผมจะต้องไปฟ้องร้องศาลปกครองเนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถที่จะยื้อค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายนได้ี้เกิน 3-6 เดือน และผมอยากจะบอกว่าคุณคิดผิดมากทคิดว่าี่ผมจะอิจฉาคุณเนื่องจากผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้ 25000 บาทจากค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ส่วนสิ่งที่คุณโพสเป็นความคิดเด็กๆที่ผมเคยคิดไว้สมัยเป็น dent ซึ่งตามประสพการณ์ที่รพผมได้ทดลองใช้แล้วมันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ผู้ป่วยต้องมานั่งรอคิวผ่าตัดจนตายไปแล้ว 6 เดือนกว่าจะได้คิว คิว OPD ยาวเหยียดเหมือนเดิม quality of care เหมือนเดิมหมอก็ยังออกไปทำงานเอกชนเหมือนเดิม แต่ถ้าผมบอกคุณว่าถ้าตรวจ opd ผมให้ case ละ 200 บาทคุณจะตรวจแค่ 42 คนก็ตรวจไปแต่ถึงตอนนั้นคุณจะบอกคนนี้ของผมคนไข้ของผมห้ามคนอื่นตรวจ ลืมกฏกติกาเก่าที่คุณตั้้งไว้จนหมดดีไม่ดีคุณจะพูดเอามาเลยเท่าไหร่ผมก็ไหว 5555555555555 หัดเปิกะลาให้กว้างๆนะหมอ อย่าให้ผมอยากสำรอกด้วยการเรียกคุณว่าหมอมากกว่านี้เลย นี่เป็นเอกสารที่วิจัยเกี่ยวกับการเพิ่ม productivity ของแพทย์ในรพของรัฐ http://www.who.int/hrh/en/HRDJ_1_2_05.pdf แต่ระดับปัญญาของคุณจะอ่านหมดภายในเวลากี่วันหนอ
ผู้แสดงความคิดเห็น ืnurseaid คนไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นหมอ วันที่ตอบ 2009-02-11 01:16:47


ความเห็นที่ 45 (1413812)
แค่ข้อ 4 ข้อเดียวที่คุณขอก็เพียงพอแล้วแต่ให้มันได้ตาม workloadจริงๆเอาแค่30-40%ของเอกชนก็พอ แล้วคุณจะเห็นว่าแค่เวร 8 ชมคุณก็ยังหาเวลาลงไม่ได้ ข้ออื่นๆที่คุณเสนอมันเรื่องไร้สาระแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าพื้นเพของคุณเป็นเด็ก spoilแค่ไหน
ผู้แสดงความคิดเห็น nurseaid คนไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นหมอ วันที่ตอบ 2009-02-11 02:51:18


ความเห็นที่ 46 (1413830)

1. ต้องจำกัดผู้ป่วยต่อวันเช่นถ้าทำงาน8-167 ชั่วโมงนี่ กำหนดเลยบังคับให้แพทย์ตรวจไม่ต่ากว่า 10 นาที ต่อ คน1 ชั่วโมงให้ตรวจได้แค่6 คน7ชั่วโมงในเวลาราชการ(พักเที่ยง 1 ชั่วโมง) ให้ตรวจได้ไม่เกิน 42 คน ที่เหลือนัดวันต่อไป ยกเว้นcasesหนัก ให้ส่งเข้า er

......................ถ้าเกิดต่อวัน จำนวนคนไข้เหลือเยอะๆหล่ะ จะทำอย่างไร? และคนไข้ทุกคนต้องพากันรีบมาจองคิวแต่ดึก เพื่อแย่งคิวรอตรวจตามจำนวนที่รับตรวจได้ (คาดว่าตั้งแต่ประมาณ 06.00 น.) กรณีอย่างนี้อาจสร้างความยากลำบาก และความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนไข้(ประชาชนผู้มารับบริการ)ได้ เราจะมีทางแก้กรณีนี้อย่างไร?

2. กำหนดให้แพทย์ทำงานห้ามเกิน 16ชั่วโมงต่อกันเหมือนพยาบาล ถ้าขึ้น เช้า บ่าย ดึก ต้อง 0ff ขึ้นดึก ต้องoff เช้า

......................ผมว่าดีนะเพราะคนทำงานต้องมีเวลาพัก เวลาหยุดบ้าง  แต่ถ้าหมอคนหนึ่งหยุด ต้องมีหมออีกคนทำงานแทนนะ หมายความว่า ตลอด 24 ช.ม.ร.พ.ต้องไม่ขาดหมอนะ?ไม่งั้นเมื่อมีคนไข้ที่จำเป็นต้องพบหมอ มาแล้วไม่พบหมอ ก็ยุ่งแน่?

 

3. ให้มีระบบร่วมจ่าย เช่นถ้าค่ารักษา 100 % ผู้ป่วยจ่าย 30 % ที่เหลือรัฐรับไป

......................เห็นด้วยบางส่วน  เพราะถ้าเกิดเป็นชาวบ้านที่ยากจนจริงๆ ค่ารักษา จะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขามาก กรณีนี้ ควรจะให้มีระบบที่คัดเลือกผู้ป่วย ภายใต้กรอบนโยบาย ว่า ถ้าคนใหนยากจน ให้ใช้สิทธิรักษาฟรี หรือ 30 บาท ส่วนคนใหนฐานะ ปานกลาง ถึงดี 20 – 30% คงพอทุเลา และลดปัญหาให้กับทาง รพ.ได้มากกว่าในปัจจุบัน ดีไหมครับ?

 

4. ไม่ต้องมีเบี้ยเหมาจ่ายก็ได้แต่ต้องเพิ่มเงินเวร ค่าหัตการ เทียบเท่าอัตราของกทม(รับรองทั้งแพทย์ พยาบาล สาขาวิชาชีพอื่นๆ happy แน่นอน)

......................ผมว่าดีนะ แต่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขในการจ่ายฯให้ดีๆ

 

5 จัดสวัสิการบ้านพักเจ้าหน้าที่กำหนดให้ต้อง มีแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ไมโครเวป internet  รถ รับส่งเจ้าหน้าที่ที่มีบ้านในเมือง

......................เห็นด้วย ไม่น่ายาก ลงทุนติดอุปกรณ์ให้ แล้วให้ผู้ใช้งานรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ก็ดีนะ

 

6. ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำผลงานเลื่อนระดับ 8 -9 ได้ทุกคนมิใช่เฉพาะผู้บริหาร

......................เห็นด้วย เพราะเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระดับของการทุ่มเทในงานจะลดลง ระบบควรสร้างแรงจูงใจในงาน ที่เหมาะสมกับเขา ซึ่งไม่ใช่ช่องทางที่ยากลำบากมากเกินไป

 

7.แยกบัญชีเงินเดือนออจาก กพ เหมือน ศาล อัยการ

......................ดี แต่คงเป็นระบบแท่งแน่ ในช่วงนี้

 

8. บังคับให้รัฐส่งวิชาชีพอื่นเข้าสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมถ้าสอบผ่านโดยไม่ต้องเรียนยิ่งดี

......................ข้อนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง คิดว่าตรงเป้าที่เพิ่มแพทย์ในระบบได้ แต่ผมว่าควรใช้ระบบทางเข้าแบบเปิดกว้าง แต่ใช้ระบบเข้มข้นในทางออก (เรียนจบ) แต่มิใช่ว่าไม่ต้องเรียนเพิ่มเลย อยากให้เรียนเพิ่มได้แต่พอสมควร แต่มิใช่ใช้ระยเวลาเท่ากับกลับไปใช้ระยะเวลาเรียนใหม่ทั้งดุ้น

9. แก้กฎหมายชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ เป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ใด สามารถชันสูตรพลิกศพได้เหมือนแพทย์ครับ

......................ดีนะ แต่บุคคลนั้นต้องผ่านการฝึกอบรม,หรือเรียนเรื่องการชันสูตรศพด้วย

สรุปนะ ผมชอบข้อ 8

 

ผมว่าถ้าทำได้ ข้อ 1-4 รับรอง ภายใน10ปี จะมีแพทย์อยู่ในระบบมากขึ้นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เห็นไหม เราคุยกันดีๆก็ได้ วันที่ตอบ 2009-02-11 07:34:00


ความเห็นที่ 47 (1413871)

ความเห็นที่ 45

จิตใจคับแคบไปปล่าวครับ ด้วยภูมิความรู้ที่คุณแสดงออกมาประมวณได้เลยคุณไม่มีวันได้เบี้ยเหมาจ่าย 25000 บาทหรอกครับคุณบอกมาเลยโรงพยาบาลใหนเคยทำอย่างที่ผมว่าบ้าง ไม่มีใครกล้าทำแบบที่ผมเสนอหรอก มันง่ายไป ผมรู้สาขาที่คุณเรียนนี่ไม่ใช่ลำดับแรกที่คุณเลือก ผมไม่ถือสาคุณหรอกครับที่คุณบอกว่าผม สปอย เอาเป็นว่าคุณไปจัดการเรื่องการ"แขวนป้าย"จะดีกว่า ขอย้ำ อย่างคุณ ไม่มีวันได้เบี้ยเลี้ยง25000หรอก อ๋อ คงได้ครับถ้าตกเบิก 10 เดือน555 นี่ กะจะไม่ด่ากลับแล้วนะนี่ขอโทษพี่ความเห็นที่40 ด้วยครับ ใช่ครับพี่ หมอทำงานเหมือนพยาบาล นั่งเฝ้าer ด้วยกัน ส่วน แต่ละward ก็ oncallไป ลดพยาบาล er จาก 2เหลือ 1 คน พยาบาลเวรห่างขึ้นแก้ปัญหาการขาดแคลนพยาบาลได้ชั่วคราวครั

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอ วันที่ตอบ 2009-02-11 08:45:05


ความเห็นที่ 48 (1413996)
โดนอีกแล้วครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ว่าที่ นศพ (wer-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-11 12:15:50


ความเห็นที่ 49 (1414211)

คุณ nurseaid เขียนเอง งงเองรึป่าวคับ

เป็นคนหนึ่งที่ได้เบี้ย 25000 แต่ก่อนก็เคยเป็น dent ด้วย (แสดงว่าตอนนี้ไม่ใช่ dent แล้ว) อ้าว แล้วตอนนี้เป็นอะไรล่ะคับ ถ้าไม่ใช่ dent แล้วจะได้เบี้ย 25000 ได้งัย รึตอนนี้เป็นแพทย์ไปแล้ว

ไม่แสดงตัวว่าเป็นหมอ แต่บอกว่าเป็น dent อือฮึ งงได้อีก


เหมือนคนนอกแอบอ้างตัวในสายงานคุณ อ่านข้อความที่เขียนแค่นิดเดียว คุณก็จะรู้ได้เลยว่า อันไหนของจริงของปลอม อ่ะนะ

สุดท้าย ผมก็สงสัยในตัวคุณ เหมือนที่คุณหมอสงสัยนั่นแหละคับ หรือท่าจะจริง?



ผู้แสดงความคิดเห็น Ge วันที่ตอบ 2009-02-11 20:12:20


ความเห็นที่ 50 (1414363)
อันนี้ก๊อปมาคับ “ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นหน้าที่หมอไปซะหมด ไม่รู้เหมือนกันว่า 4 ปี ที่เรียนเค้าสอนอะไรบ้าง ถ้าจะแค่วัด vital signs ฉีดยาเป็น ปัดกวาดเช็ดถู ลงข้อมูล ไม่เห็นต้องลำบากสอบเอนท์ เสียเวลาตั้ง 4 ปีเลย รออบรมกับ อสม. ก็ได้มั้ง หรืองานจริงๆ คุณมีแค่นั้น” อะไรที่เรียกว่าทำแทนแพทย์มั่งล่ะคับ ถามจริงๆ นะคับ หมอรับเวร on call มันผิดตรงไหน หมอ 3-4 คน จะให้รับเวรแทนพยาบาลทั้ง รพช. ให้ได้งั้นเหรอคับ พยาบาลตรวจแค่ URI ในเวรนอกเวลา แค่นี้ก็เรียกทำแทนแพทย์ทุกอย่างแล้วเหรอ Case advance หน่อย ก็ตามหมอ เพราะมันเกินความสามารถของพยาบาล อย่าเอาแต่อ้างว่าทำแทนคนอื่น ลองมองดูงาน nurse aids บ้างเค้าต้องทำแทนพยาบาลเหมือนกันมั้ยคับ ทำไมไม่มีใครตอบประเด็นนี้ซักที หมอไม่ได้เดือดร้อนที่พยาบาลประท้วงหรอกนะคับ แต่เดือดร้อนนี่เพราะว่าโดนพยาบาลมาพาดพิงวิชาชีพเสียๆ หายๆ คิดดูหน่อยนะคับว่า ต้นตอมันเกิดจากกระทู้แรกๆ ที่ไปกระทบกระเทียบ ย่ำยีศักดิ์ศรีวิชาชีพแพทย์ก่อน หลังจากนั้นก็มีแพทย์เข้ามาตอบโต้ ก็มีเบาบ้างแรงบ้างเหมือนของพยาบาลนั่นแหละ

ผู้แสดงความคิดเห็น Ge วันที่ตอบ 2009-02-12 10:21:10



[1] 2 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *

ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.